เครปเย็น

เครปเย็น ขนมหวานสุดฮิต พร้อมสูตรแป้งเครปเย็นง่าย ๆๆ

เครปเย็น เมนูขนมหวานสุดฮิต ทำเป็นขายดิบขายดีมีกำไร เพราะว่าเครปเย็นราคาแพง คนไหนก็อยากจะควักทุนเปิดร้านขายกันเครปเย็นกันทั้งหมด เสน่ห์ของเครปเย็นอยู่ที่ไส้ สามารถเลือกใส่ได้มากมายตามที่ใจต้องการ หัวใจสำคัญอยู่ที่วิธีการทำแป้งเครป ถ้าหากทำแป้งได้ เรื่องเครปก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากน้อยมาก

ส่วนประกอบ เครปเย็น

• แป้งสาลีธรรมดา 130 กรัม
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• นมสด 300 กรัม
• เนยละลาย 60 กรัม
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลไอซิ่ง 60 กรัม
• กลิ่นวานิลลา นิดหน่อย

ส่วนประกอบ ท็อปปิ้ง (เปลี่ยนแปลงได้ตามชอบ)

• วิปครีม
• ช็อกโกแลตนูเทลลา
• กล้วยหอม
• สตรอว์เบอร์รี
• โอรีโอ้
• ไอศกรีม
• ช็อกโกแลตไซรัป
• ขนมปังเคลือบช็อกโกแลตแบบแท่ง (ป๊อกกี้)
• นมข้นหวาน
• คอร์เฟลก
• น้ำตาลไอซิ่ง

วิธีการทำเครปเย็น

► ตีไข่ไก่พอเพียงแตก ใส่นมสด เนยละลาย เกลือ น้ำตาลไอซิ่ง รวมทั้งกลิ่นวานิลลาลงไป คนให้เพียงพอถูกกัน
► ใส่แป้งสาลีธรรมดาลงไป คนให้ส่วนประกอบทุกสิ่งถูกกันดีและก็แป้งไม่เป็นเม็ด
► กรองแป้ง 1 รอบ แล้วก็ค่อยนำไปแช่เย็น 30 นาที (หรือหากรีบไม่ต้องแช่ก็ได้จ้ะ)
► ตั้งกระทะบนไฟอ่อนๆทาเนยบางๆให้ทั่วกระทะแล้วถูออก ตักแป้งลงไป กลอกให้ทั่วกระทะเป็นแผ่นบางๆทอดจนกระทั่งแป้งสุก ต่อจากนั้นแซะขึ้นจากกระทะ วางบนจาน

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view166676.html

ข้าวเหนียวเปียกลำไย

ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมไทยโบราณหวานมันใส่มะพร้าวอ่อนเหนียวนุ่ม

กินอาหารคาวให้ไวจะได้รับประทานขนมหวานล้างปากกับรายการอาหาร ข้าวเหนียวเปียกลำไย ใส่เนื้อมะพร้าวกับน้ำมะพร้าว ราดกะทิเค็มมันจัดแจงช้อนให้พร้อม

ส่วนประกอบ ข้าวเหนียวเปียก

• ข้าวเหนียว 250 กรัม
• 
น้ำผสมสารส้มโขลก (สำหรับซาวข้าวเหนียว)
• 
เนื้อลำไย 500 กรัม (ควักเม็ดออก)
• 
น้ำตาล 300 กรัม
• 
มะพร้าวอ่อน ลูก (แยกน้ำและก็เนื้อตระเตรียมไว้)
• 
น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
• 
เกลือป่นนิดเดียว
• 
ใบเตย

ส่วนประกอบ กะทิสำหรับราขนม

• หัวกะทิ ถ้วย
• 
แป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนโต๊ะ
• 
เกลือป่นบางส่วน

วิธีการทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

1. ล้างข้าวเหนียวในน้ำที่ผสมสารส้มไว้ ใช้มือซาวข้าวเหนียวไปๆมาๆกระทั่งน้ำขุ่น เทน้ำออก และก็ล้างข้าวเหนียวด้วยน้ำกินอีก รอบ สะเด็ดน้ำ ตระเตรียมไว้
2. 
ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปในหม้อ และก็ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ นำขึ้นตั้งไฟกึ่งกลางพอเพียงเดือด เทข้าวเหนียวลงไป และก็ตามด้วยใบเตย คนไปเรื่อยพอเพียงข้าวเหนียวเริ่มสุกและก็เหนียวให้ลดเหลือไฟอ่อน ถ้าหากน้ำแห้ง เพิ่มน้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำที่สะอาดลงไป พอเพียงสุกดีใส่น้ำตาลกับเกลือลงไป คนผสมจนถึงเหมาะ ชิมรสตามถูกใจ
3. 
ใส่มะพร้าวอ่อนกับลำไยลงไป พอเพียงเดือดอีกรอบ ปิดไฟ
4. 
ทำกะทิ โดยการเอาหัวกะทิใส่หม้อใบเล็ก เพิ่มแป้งข้าวโพดลงไป แล้วก็เกลือนิดหนึ่ง คนจนเข้ากันกระทั่งแป้งละลาย เอาไปตั้งไฟกึ่งกลางค่อนมาทางอ่อน คนไปเรื่อยกระทั่งเดือด
5. 
คดข้าวเหนียวแฉะลำไยใส่ถ้วย ราดกะทิลงไป

ขนมน้ำดอกไม้

ขนมน้ำดอกไม้ สูตรขนมไทยโบราณถ้วยจิ๋วหลายสีกินเพลิดเพลินๆ

ขนมน้ำดอกไม้ หรือของหวานชักสีหน้า เป็นขนมไทยโบราณที่มีสีหลากหลายและยังสวยงามเชิญชวนกินอย่างยิ่งจริงๆ เนื้อของหวานเหนียว นุ่ม รสหวานกำลังพอดี บางบุคคลถือกินเพลิดเพลินๆหันมาอีกครั้งก็หมดเสียแล้ว วันนี้พวกเรานำแนวทางการทำของหวานน้ำดอกไม้มาฝากจ้ะ ทดลองทำมอง ขนมไทยโบราณอร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลกนะคะ

สิ่งที่จะต้องเตรียม

​​ ​​​​►​ ​แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
​​ ​​​​►​ ​แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​​​►​ ​น้ำลอยดอกมะลิ 2+1/2 ถ้วยตวง (หากไม่มีให้ใช้น้ำ 2+1/2 ถ้วยตวงผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา)
​​ ​​​​►​ ​น้ำตาล 1/2 ถ้วยตวง
​​ ​​​​►​ ​สีผสมอาหารตามถูกใจ
​​ ​​​​►​ ​ถ้วยตะไล

วิธีการทำ ขนมน้ำดอกไม้

1. ร่อนแป้งข้าวเจ้า แล้วก็แป้งเท้าคุณยายม่อม เข้าด้วยกัน ตระเตรียมไว้
2. ใส่น้ำลอยดอกมะลิ รวมทั้งน้ำตาลไปลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆคนให้เข้ากันดี แล้วก็น้ำตาลละลายเป็นน้ำเชื่อม ชูลง พักทิ้งเอาไว้จนถึงเย็น
3. เบาๆเทส่วนประกอบน้ำเชื่อมลงในส่วนประกอบแป้งทีละเล็กละน้อย คนยากจนเรากันดี แบ่งส่วนผสมสำหรับผสมสีต่างๆแล้วเบาๆเพิ่มเติมสีผสมอาหารลงไปให้มีสีอ่อน จัดแจงไว้
4. ใส่ถ้วยดอกไม้ไฟลงนึ่งโดยประมาณ 10 นาที แล้วหยอดส่วนประกอบแป้งลงในพิมพ์ โดยประมาณ 1/2 ของพิมพ์ นำไปนึ่งโดยประมาณ 15 นาทีจนกระทั่งแป้งสุก นำขึ้นจากชุดนึ่งใส่ลงในถาดที่ใส่น้ำเอาไว้ ต่อจากนั้นพักของหวานทิ้งเอาไว้ให้เย็น แกะออกมาจากพิมพ์ จัดใส่จานให้เกิดความสวยสดงดงาม พร้อมกิน…

ข้าวเหนียวแก้ว

ข้าวเหนียวแก้วนมสด ขนมไทยโบราณปรับใช้หวานนุ่มหอมอร่อย

ข้าวเหนียวแก้ว ขนมหวานทำง่ายใช้วัตถุดิบที่มีในบ้านก็ทำเป็นแล้ว วันนี้ทำสีเขียวใบเตยแล้วก็ใช้วิปปิ้งครีมแทนน้ำกะทิ มีความหอม มีความอร่อยที่พอดี

ส่วนประกอบ ข้าวเหนียวแก้ว

• ข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง (แช่น้ำอย่างต่ำ 4 ชั่วโมง)
• น้ำตาล 1/2 ถ้วยตวง
• วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วยตวง
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำใบเตย 1/4 ถ้วยตวง
• งาขาวกับงาดำ

วิธีการทำข้าวเหนียวแก้ว

• เทน้ำตาล วิปปิ้งครีม เกลือ น้ำปูนใส แล้วก็น้ำใบเตยลงในกระทะ คนไปเรื่อยกระทั่งน้ำตาลละลายหมดและจากนั้นก็ต้มต่ออีกหน่อย

• ใส่ข้าวเหนียวลงไปแล้วคนจะกว่าจะเข้ากัน ช่วงนี้ข้าวเหนียวเริ่มซึมซับน้ำ คนเรื่อยจนถึงน้ำเริ่มแห้ง

• ขณะที่พวกเราใช้ไม้พายคนจะเห็นได้ชัดว่าข้าวเหนียวเริ่มจับกุมตัวกันเป็นก้อน ปิดไฟได้แล้วจ้ะ เสร็จแล้ว

• คั่วงาขาวกับงาดำให้หอมก่อนโรยหน้านะคะ…

แกงบวดถั่วดำ

แกงบวดถั่วดำ ถั่วดำต้มน้ำกะทิ หวานละมุนกับวิธีต้มถั่วเทวดาๆ

รับสักถ้วยไหมค่ะ  เมนู แกงบวดถั่วดำ ขนมไทยโบราณหอมหวาน รับประทานกับสาคูหรือข้าวเหนียวมูนก็อร่อย พ่วงวิธีต้มถั่วดำให้สุกนุ่ม

พูดถึงของหวานแกงบวด หลายท่านจะคิดถึงแกงบวดเผือก แกงบวดมัน และก็แกงบวดฟักทอง น่าจะดีไม่น้อยหากมีแกงบวดอื่นๆมาทำสลับหมุนวนแก้เบื่อบ้าง ขอนำเสนอกระบวนการทำ แกงบวดถั่วดำ หรือถั่วดำแกงบวด จับถั่วดำไปแช่น้ำเพื่อเนื้อถั่วนุ่มจะได้เอาไปต้มสุกได้ง่าย จากนั้นก็เอาถั่วดำต้มน้ำกะทิจนกระทั่งสุกตามถูกใจ รับประทานเพียวๆหรือทำเป็นข้าวเหนียวถั่วดำหรือสาคูถั่วดำก็อร่อย

ส่วนประกอบ แกงบวดถั่วดำ

• ถั่วดำดิบ 1 ถ้วย
• น้ำกะทิ 2-3 ถ้วย
• น้ำตาลปีบ 1 ถ้วย
• เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีการทำแกงบวดถั่วดำ

1. แช่ถั่วดำในน้ำราวๆ 3 ชั่วโมง (หรือข้ามคืน) หลังจากนั้นเอามาล้างน้ำจนถึงสะอาด
2. ต้มถั่วดำ ใช้ไฟปานกลาง ราวๆ 40 นาที หรือจนถึงสุก เทน้ำเสียแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
3. ต้มน้ำกะทิเพียงพอร้อน ใส่ถั่วดำต้มสุกรวมทั้งเกลือลงไป ต้มให้เดือด คนเบาๆเป็นระยะ (เพื่อไม่ให้น้ำกะทิแตกมัน) รอคอยจนกระทั่งถั่วดำสุกตามถูกใจ ใส่น้ำตาลปีบลงไป ต้มต่อจนกระทั่งน้ำตาลละลาย ชิมรสตามถูกใจ ปิดไฟ ชูลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

จบไปแล้วสำหรับวิธีทำแกงบวดถั่วดำ แหม… หากรู้ดีว่าง่ายขนาดนี้ทำไปตั้งนานแล้ว วันหยุดนี้สงสัยจะต้องจัดสักหม้อ จะรับประทานให้ครบสามมื้อหลังรับประทานอาหารคาวเลย อ้วนพุงปลิ้นก็ยอม…

ลูกเดือยเปียก

วิธีทำลูกเดือยเปียก ขนมไทยโบราณง่ายๆแต่ว่าคุณประโยชน์แน่น

ลูกเดือยเปียก ขนมไทยโบราณ อร่อยจากเมล็ดพืชที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณประโยชน์แน่นไม่แพ้คนไหน บดกรุบๆกรอบๆหวานอร่อย ทำไม่ยากใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่าง

เกาะกระแสการกินลูกเดือย (Job’s Tears) อีกหนึ่งเมล็ดพืชที่มีคุณประโยชน์มากมายหลายอย่าง เต็มไปด้วยวิตามินหลายอย่าง ได้แก่ วิตามิน A ช่วยทำนุบำรุงสายตา คุ้มครองปกป้องโรคเหน็บชา ช่วยทำนุบำรุงร่างกายที่อ่อนแอ มีธาตุฟอสฟอรัสสูงช่วยทำนุบำรุงกระดูกได้ รวมทั้งอีกเยอะแยะ

ส่วนประกอบ ลูกเดือยเปียก

• ลูกเดือยแห้ง 1 ถ้วย
• น้ำดื่ม 500 มล.
• เผือกหั่นเต๋า (หรือเมล็ดพืชอื่นๆตามถูกใจ ดังเช่น เม็ดบัว, ถั่วแดงต้มสุก, ฟักทอง)
• น้ำตาล 1/2 ถ้วย
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (แต่งรส)
• แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อมะพร้าวอ่อน

วิธีการทำ

1. แช่ลูกเดือยในน้ำเสียไว้อย่างต่ำ 1 คืนจนกระทั่งลูกเดือยเริ่มนุ่มขึ้น หลังจากนั้นเอามาล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ จัดเตรียมไว้
2. นำลูกเดือยที่แช่น้ำแล้วไปต้มจนกระทั่งสุกรวมทั้งบานออก โดยประมาณ 10-15 นาที ใส่เผือกที่หั่นไว้ลงไปต้มจนกระทั่งสุกนุ่ม หลังจากนั้นใส่น้ำตาลแล้วก็เกลือป่นลงไป คนผสมกระทั่งน้ำตาลละลายหมด
3. พอน้ำตาลทรายละลายแล้ว เบาๆเทแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป คนยากจนส่วนประกอบเริ่มเหนียวแล้วก็ใส แล้วหลังจากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปคลุกเคล้าจนเข้ากัน ชูลงจากเตา พักทิ้งเอาไว้สักประเดี๋ยวให้ของหวานเริ่มเช็ตตัว ตักใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนประกอบ น้ำกะทิสำหรับราดหน้า (ใส่ไหมใส่ก็ได้)

• น้ำกะทิสำเร็จรูป 1/2 กล่อง
• เกลือป่น นิดหน่อย
• แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

• ต้มน้ำกะทิกับเกลือป่นในหม้อพอเพียงร้อน ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไปคนผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันจนกระทั่งมข้น ชูลงจากเตา ตระเตรียมไว้สำหรับราดหน้าลูกเดือยแฉะ

ของดีมีคุณประโยชน์ผู้ใดกันแน่ว่าจะทำยากรับประทานยางเสมอเนอะ ถึงจะเป็นอาหารหวานแบบไทยๆเชิญอ้วน แม้กระนั้นอย่างต่ำๆก็ได้ผลดีแฝงอยู่ด้วย ถัวๆกันไปเนอะ…

สาคูเปียก

เมนูยอดฮิต สาคูเปียก ขนมไทยโบราณหวานอร่อยหอมน้ำกะทิ

สาคูเปียก นับว่าเป็น ขนมไทยโบราณ อีกประเภทที่หลายท่านนิยม กับรสหวานๆหอมๆลื่นคอ หาซื้อมารับประทานได้ออกจะง่ายทีเดียว ตามร้านค้าขนมไทยโบราณก็ชอบตักใส่ถุงแยกน้ำกะทิขายให้มองเห็นอย่างชินตา แต่ว่าทราบหรือเปล่าว่า หากต้องการจะทำเองก็มิได้ยากเหมือนอย่างที่คิด วันนี้พวกเราก็ไม่ลืมเลือนที่จะนำสูตรแล้วก็วิธีการทำมาฝากให้ลองทำกันนะคะ

ส่วนประกอบ สาคูเปียก

สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย

น้ำ 2 ถ้วย

เมล็ดข้าวโพด 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

กะทิสำเร็จรูป 1/2 ถ้วย

เกลือป่น นิดหน่อยสำหรับแต่งรส

วิธีการทำสาคูเปียก

1. ล้างสาคูในน้ำให้สะอาด จัดเตรียมไว้

2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนกระทั่งเดือด ใส่เม็ดสาคูลงต้มจนกระทั่งสุก รวมทั้งใส หลังจากนั้นใส่เมล็ดข้าวโพด แล้วก็น้ำตาล ต้มต่อกระทั่งเดือด ตักใส่ถ้วย จัดเตรียมไว้

3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เพิ่มเติมเกลือป่นนิดหน่อย ต้มกระทั่งเดือด และก็ข้น แล้วตักหยอดหน้าสาคูแฉะที่จัดแจงไว้ พร้อมกิน

ถ้าเกิดคนใดถูกใจมะพร้าวอ่อน เผือก หรือเมล็ดพืชอื่นๆก็สามารถใส่ลงไปได้นะคะ เท่านี้ก็ได้ขนมไทยโบราณอร่อยๆไว้กินแล้ว…

วุ้นไข่

วุ้นไข่ ขนมไทยโบราณ เมนูสร้างอาชีพจากขนมหวานในตำนาน

เมนู วุ้นไข่ ลักษณะเด่นก็คือวุ้นมีลวดลายสวยจากไข่ รสชาติกรอบกรุบไม่คาว เพิ่มกลิ่นวานิลลาเพิ่มความหอมเอาใจลูกค้าที่ต้องการกิน เมนูวุ้นเก๋ๆ ขอนำเสนอ

ส่วนประกอบ วุ้นไข่

น้ำ 500 กรัม
ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 80 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง

วิธีการทำ วุ้นไข่

1. ใส่น้ำเปล่า เพิ่มเติมผงวุ้นกับน้ำตาล คนให้น้ำตาลละลายดีและก็ต้มวุ้นให้เดือด
2. ตีไข่ให้แตก เบาๆเทไข่ลงไปในวุ้นเป็นเส้นเล็กแล้วก็ใช้ช้อนคนไข่ไม่ให้จับตัวกันจบกลายเป็นก้อน
3. พอเพียงไข่สุกก็ดีก็เทใส่กาที่มีไว้สำหรับใส่น้ำนกหวีด เพื่อไปเทใส่พิมพ์ได้ไม่ยากเทวุ้นใส่ด้านในพิมพ์ที่จัดเตรียมไว้ รอคอยให้วุ้นเซตตัวก็กินได้ ถ้าหากใครกันแน่ชอบกลิ่นหอมๆก็เพิ่มกลิ่นวานิลลาได้ด้วย…

ทับทิมกรอบ

ทับทิมกรอบ เอาใจคนพิเศษด้วยการทำขนมไทยโบราณให้รับประทาน

ทับทิมกรอบ ขอนำเสนอขนมหวาน

ขนมไทยโบราณ กะทิให้รับประทานสักหม้อดียิ่งกว่า สูตรจาก คุณ BlackPiano จับแห้วหั่นชิ้นแช่น้ำสีแดง เสร็จแล้วคลุกกับแป้งมันสำปะหลังแล้วก็ค่อยนำไปลวกจนถึงสุก ราดกะทิ เพิ่มน้ำเชื่อม คนไหนจะเปลี่ยนร่างเป็นมรกตกรอบสีเขียวก็แจ่มจ้ะ

ส่วนประกอบทับทิมกรอบ

• น้ำลอยดอกมะลิ
• กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง
• เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ใบเตยมัดเป็นเงื่อน
• เทียนสำหรับอบของหวาน
• แห้วสด หรือแห้วกระป๋อง
• สีผสมอาหารสีแดงผสมน้ำ
• สีผสมอาหารสีเขียวผสมน้ำ
• แป้งมัน
• น้ำตาลทราย (ไม่ขัดสี)
• น้ำแข็งบด

วิธีการทำทับทิมกรอบ

นำดอกมะลิมาลอยในน้ำเสียไว้ ตระเตรียมไว้สำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อความหอมมีชีวิตชีวา
ทำน้ำกะทิอบควันเทียน โดยผสมกะทิกับเกลือ ใส่ใบเตยผูกเป็นเงื่อนลงไป นำขึ้นตั้งไฟ ต้มเพียงแค่พอเพียงร้อน
จุดเทียนสำหรับอบของหวานแล้วเป่าให้ดับ ใส่ลงในถ้วยเล็กๆนำไปลอยในกะทิ ปิดฝาสำหรับปิดหม้อ อบทิ้งเอาไว้ราวๆ 30 นาที แล้วนำเทียนขึ้นมาจุดใหม่แล้วใส่ลงไปอบซ้ำหลายๆครั้ง (ยิ่งนานยิ่งดี) ตระเตรียมไว้
หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็กๆและก็ผสมน้ำกับสีผสมอาหารทั้งยัง 2 สี ใส่แห้วลงไปคลุกเคล้าจะกว่าจะเข้ากัน จัดเตรียมไว้ พักไว้จนได้สีตามถูกใจ ใส่แห้วอีกทั้ง 2 สีลงคลุกในแป้งสิงคโปร์ (บางบุคคลก็ใส่แป้งท้าวลงไปนิดหน่อย) คลุกให้แป้งฉาบดี แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออกนำไปลวกในน้ำเดือดจนกระทั่งสุก ตักใส่ด้านในน้ำเย็น พักไว้
ทำน้ำเชื่อมใส่ทับทิมกรอบ โดยต้มน้ำลอยดอกมะลิที่ตระเตรียมไว้กับน้ำตาลไม่ขัดสี รวมทั้งใบเตย ต้มให้เหนียวบางส่วน ตักทับทิมกรอบหรือมรกตกรอบใส่ถ้วย และก็ตามด้วยน้ำเชื่อม น้ำกะทิ รวมทั้งน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟ

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view172856.html

ทองหยิบ

ทองหยิบ ขนมไทยโบราณ อาหารหวานโบราณ รายการอาหารไข่ พร้อมวิธีการทำ

ทองหยิบ อาหารหวาน รายการอาหารของหวานเชื่อม กระบวนการทำของหวานทองหยิบ กล้วยๆสามารถทำรับประทานเองที่บ้านได้ ขนมไทยโบราณ ตระกลูทองคำ ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากโปรตุๆเกตุ สูตรของหวานทองหยิบ พร้อมกับเทคนิควิธีการทำขนมทองหยิบ กระบวนการทำไม่ยุ่งยาก อาหารว่าง รายการอาหารไข่ อร่อยๆ

สูตรของกิน เมนูอาหาร เสนอแนะสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ สูตรขนมไทยโบราณ หนึ่งใน 9 อาหารหวาน เชื้อสายทองคำ เป็น ของหวานทองหยิบ เป็นอาหารหวานที่ควรมีในขันหมาก เทคนิคกระบวนการทำของหวานทองหยิบ เป็น วัตถุดิบประสิทธิภาพ แนวทางการเตรียมอาหาร การผสมแป้งแล้วก็ไข่

สูตรของหวานทองหยิบ ส่วนประกอบและก็แนวทางการทำ เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับแฟนวิธีการทำอาหารหวาน รายการอาหารไข่

ส่วนประกอบ ทองหยิบ

ไข่เป็ด 10 ฟอง โดยแยกเอาเฉพาะไข่แดง
น้ำตาล 3 ถ้วย
น้ำลายดอกไม้ 2 ถ้วย

วิธีการทำ

วิธีการทำน้ำลอยดอกมะลิ น้ำลอยดอกมะลิจะเริ่มจากการเตรียมน้ำที่สะอาด ต่อจากนั้นนำดอกมะลิ หอมๆที่เป็นดอกไม้เด็ดแบบใหม่ๆนำลงไปลอยในน้ำที่สะอาด แล้วก็ ทิ้งให้นำสะอาดหอมกลิ่นดอกมะลิ ก่อน ใช้เวลาสำหรับการจัดเตรียมน้ำลอยดอกมะลิ เป็น 1 คืน
เมื่อพวกเราได้น้ำลอยดอกไม้ รวมทั้ง นำน้ำลอยดอกมะลิ ไปต้มให้เดือด ใส่น้ำตาลลงไป บดให้น้ำตาลค้น เหนียว สามารถใส่ใบเตยลงไปได้ ในขณะที่บดน้ำเชื่อม ให้ไปจัดเตรียมไข่
เริ่มทำของหวานทองหยิบ โดย นำไข่เป็ดที่ตระเตรียมไว้ เอามาตีให้แตกฟอง ขึ้นฟู ถ้าเกิดมีเครื่องช่วยตีไข่ จะช่วยสำหรับในการเบาแรงได้มาก ตีไข่แดงกระทั่งไข่แดงขึ้นฟู แล้วต่อจากนั้นพักไว้ก่อน
เมื่อน้ำเชื่อมเหมาะแล้ว ให้นำกระบวยตักไข่ให้เป็นลักษณะแผ่น ใส่ไข่ลงไป รวมทั้งนำไปต้มให้เป็นแผ่น เมื่อไข่สุกไข่จะเกาะตัวแล้วก็ เป็นแผ่น ลอยหลุดจากกระบวย พวกเราก็กระทำการเชื่อมมันให้ขาดทุน เมื่อไข่สุดเหมาะ
ให้นำแผ่นไข่ ลงไปจีบใส่ถ้วยพิมพ์ ที่ตระเตรียมเอาไว้ พักให้เย็นก็สามารถกินได้

 

แหล่งที่มา.. https://nlovecooking.com/